อุณหภูมิเก็บอาหารในตู้เย็น ช่องไหนควรเก็บอะไรถึงปลอดภัย

หลายบ้านมีตู้เย็นที่เต็มไปหมด แต่พอจะหาอะไรก็หาไม่เจอ และมีของเน่าอยู่ในช่องด้านในที่ถูกลืมมาสองสัปดาห์ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากตู้เย็นเล็กเกินไป แต่เกิดจากการที่เราไม่รู้ว่าแต่ละช่องมีอุณหภูมิต่างกัน และอาหารแต่ละชนิดต้องการอุณหภูมิที่ต่างกัน บทความนี้จะพาดูว่าช่องไหนของตู้เย็นควรเก็บอะไร และอะไรที่ไม่ควรเอาเข้าตู้เย็นเลย

<!–more–>

ทำไมตำแหน่งในตู้เย็นถึงสำคัญ

ตู้เย็นไม่ได้เย็นเท่ากันทุกจุด อากาศเย็นจะจมลงด้านล่าง และความเย็นจากแผ่นทำความเย็นด้านหลังหรือด้านบนจะกระจายไม่สม่ำเสมอ

โดยทั่วไป อุณหภูมิภายในตู้เย็นอยู่ที่ประมาณ 1-4 องศาเซลเซียส ส่วนช่องแช่แข็งอยู่ที่ -18 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่า แต่ในทางปฏิบัติ ช่องบน ช่องล่าง ช่องประตู และลิ้นชักผัก มีความเย็นต่างกันค่อนข้างชัด การวางอาหารผิดช่องจึงทำให้อาหารเสียง่ายกว่าที่ควร หรือแช่แข็งผักจนเสียเนื้อ

แผนที่ช่องในตู้เย็น

ชั้นบน (เย็นปานกลาง)

  • อาหารที่กินแล้วเหลือ หรืออาหารพร้อมรับประทานที่ยังไม่ได้แกะบรรจุภัณฑ์
  • ผลิตภัณฑ์นมที่เปิดใช้แล้ว เช่น นม โยเกิร์ต ครีม เนย
  • อาหารที่ต้องกินให้เร็ว เช่น เนื้อสัตว์ที่ไม่ได้แช่แข็ง เก็บได้ไม่เกิน 1-2 วัน

ชั้นกลาง (เย็นสม่ำเสมอ)

  • ไข่ ซึ่งควรเก็บในกล่องเดิม ไม่ใช่ช่องประตู
  • อาหารปรุงสุกที่ห่อหรือใส่กล่องปิด
  • อาหารที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ซึ่งควรย้ายของเก่าขึ้นไปอยู่ด้านหน้า

ชั้นล่าง (เย็นที่สุดของช่องหลัก)

  • เนื้อสัตว์ดิบ ปลาดิบ ไก่ดิบ ทั้งหมดควรอยู่ในถาดหรือกล่องปิด เพื่อไม่ให้น้ำหยดลงไปโดนอาหารอื่น
  • ของเหลวที่อาจรั่ว เช่น น้ำซุป ซอส
  • อาหารทะเลที่ซื้อมาใหม่และจะทำภายในวันนั้น

ลิ้นชักผักและผลไม้

  • ผักใบเขียว ผลไม้ที่สุกแล้ว เก็บได้นานขึ้นเพราะความชื้นสูงขึ้น
  • ผักบางชนิด เช่น มะเขือเทศ แตงกวา ควรวางนอกตู้เย็นถ้าจะกินใน 2-3 วัน เพราะความเย็นจัดทำให้เนื้อเสีย
  • ควรแยกช่องผักและช่องผลไม้ออกจากกันถ้ามี จะช่วยไม่ให้ผักเหี่ยวเร็ว

ช่องแช่แข็ง

  • เนื้อสัตว์ ปลา ที่จะเก็บเกิน 2 วัน
  • ขนมปัง ข้าวสวยที่หุงไว้ แบ่งเป็นถุง
  • น้ำพริกแกง เครื่องต้มยำที่ปั่นแล้ว
  • อาหารที่ทำเผื่อไว้สำหรับสัปดาห์ เช่น แกงตุ๋นหรือไก่หมัก

ช่องประตู: ที่ที่หลายคนเข้าใจผิด

ช่องประตูคือช่องที่อุณหภูมิแกว่งมากที่สุด เพราะเปิดปิดบ่อยและอยู่ห่างจากแหล่งความเย็น อาหารที่ต้องการความเย็นสม่ำเสมอจึงไม่ควรอยู่ในช่องนี้

เก็บได้ในช่องประตู

  • น้ำเปล่า น้ำอัดลม
  • ซอสที่ผ่านการปรุงสุกแล้ว เช่น ซอสพริก ซีอิ๊ว
  • เนยและแยมที่ทนอุณหภูมิแกว่งได้ดีกว่า
  • เครื่องปรุงที่ใช้ทุกวัน เช่น น้ำปลา น้ำส้มสายชู

ไม่ควรเก็บในช่องประตู

  • นมและนมสด เพราะเสียง่าย
  • ไข่ เพราะอุณหภูมิแกว่งทำให้ไข่เสียเร็วขึ้น
  • เนื้อสัตว์ดิบทุกชนิด
  • ยาและวัคซีนที่ต้องเก็บในอุณหภูมิคงที่

อุณหภูมิที่ควรตั้งไว้

  • ตู้เย็น: 2-3 องศาเซลเซียส เป็นค่าที่ปลอดภัยและไม่ทำให้ผักเป็นน้ำแข็ง
  • ช่องแช่แข็ง: -18 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า
  • ในฤดูร้อน: ควรตรวจอุณหภูมิทุก 2-3 สัปดาห์ เพราะภาระการทำความเย็นสูงขึ้น
  • ตรวจด้วยเทอร์โมมิเตอร์: ใช้เครื่องวัดอุณหภูมิในครัววางในช่องกลาง ไม่ใช่เชื่อตัวเลขบนหน้าจอเพียงอย่างเดียว เพราะตัวเลขอาจคลาดเคลื่อนได้
  • ตรวจหลังไฟดับ: ถ้าไฟดับนานเกิน 4 ชั่วโมง ให้ตรวจอุณหภูมิของช่องแช่แข็งก่อนใช้ของ

การตั้งอุณหภูมิให้เย็นเกินไปไม่ได้ช่วยให้อาหารสดขึ้นเสมอ เพราะผักและผลไม้บางชนิดจะเสียเนื้อจากความเย็นจัด เกิดอาการที่เรียกว่า cold injury เช่น กล้วยเป็นสีดำ แตงกวาเป็นจุดเย็น เป็นต้น

สัญญาณว่าอาหารในตู้เย็นเริ่มมีปัญหา

  • กลิ่นเปรี้ยวหรือกลิ่นอับ มักมาจากของที่เริ่มเน่าหรือน้ำที่หยดค้างในช่องผัก
  • ผักเหี่ยวเร็วผิดปกติ อาจเกิดจากอุณหภูมิต่ำเกินไปหรือช่องผักชื้นเกิน
  • น้ำแข็งเกาะที่ผนังด้านใน เป็นสัญญาณว่าประตูปิดไม่สนิทหรือซีลยางเสื่อม
  • ของเหลวหยดใต้ถาดผัก มักมาจากเนื้อสัตว์ที่ไม่ห่อให้ดี ควรทำความสะอาดทันที
  • อุณหภูมิสูงกว่าปกติบ่อย ให้เรียกช่างตรวจระบบทำความเย็นก่อนของเสียทั้งตู้
  • ทิ้งอาหารที่วางไว้นอกตู้เย็นเกิน 2 ชั่วโมงในอุณหภูมิห้อง
  • แช่เย็นอาหารที่เหลือให้เร็วที่สุดหลังอาหารเย็นลง ไม่ต้องรอให้เย็นสนิทนานเกินไป เพราะช่วงที่ยังอุ่นอยู่คือช่วงที่เชื้อเจริญเร็วที่สุด
  • ไม่วางของที่เพิ่งซื้อใหม่หลังของเก่า ให้ย้ายของเก่าขึ้นไปหน้าเสมอ
  • ปิดภาชนะทุกครั้งก่อนเก็บ ลดการปนเปื้อนข้ามอาหาร
  • ล้างตู้เย็นทุก 3-4 เดือน และตรวจวันที่บนฉลากทุกสัปดาห์
  • อย่าแช่ของร้อนจัดในตู้เย็น เพราะทำให้อุณหภูมิรอบข้างสูงขึ้นชั่วคราว
  • ไม่วางของชิดผนังด้านหลังจนเกินไป เพราะจะขวางการไหลเวียนของอากาศเย็น

สรุปสั้น ๆ

การจัดตู้เย็นให้ปลอดภัยเริ่มจากการรู้ว่าช่องไหนเย็นแค่ไหน เก็บเนื้อสัตว์ดิบไว้ชั้นล่าง ไข่ไว้ชั้นกลาง เก็บน้ำดื่มและซอสไว้ในช่องประตู และตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 2-3 องศาเซลเซียส ลองใช้เวลาสิบนาทีปรับช่องตู้เย็นวันนี้ พร้อมตรวจของที่หมดอายุทิ้ง จะช่วยให้ทั้งปลอดภัยและประหยัดค่าอาหารได้พร้อมกัน

เนื้อหานี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล · สำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป · โปรดใช้วิจารณญาณและอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งทางการประกอบการตัดสินใจ