ผักที่ซื้อมาทั้งสัปดาห์แต่เหี่ยวก่อนถึงรอบกิน คือรายจ่ายรั่วที่ไม่มีใครสังเกตตัวเอง ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ใช่ผักไม่ดี แต่คือการเก็บที่ผิดคู่กัน ผักแต่ละจำพวกอยากอยู่ในสภาพต่างกัน แยกให้ถูกแล้วอยู่ได้นานขึ้นจริง
หลักสามข้อก่อนเก็บทุกครั้ง
- อย่าล้างก่อนเก็บ ความชื้นคือตัวเร่งเน่า ให้ล้างตอนจะใช้เท่านั้น
- แยกผักกับผลไม้ ผลไม้สุกปล่อยแก๊สเร่งให้ผักเหี่ยว อย่าวางด้วยกันในลิ้นชักเดียว
- ตัดส่วนที่ชำรุดออกก่อน ใบเน่าหนึ่งใบดึงทั้งห่อให้เสียเร็วขึ้น
ผักใบ — อยากชื้นแต่ไม่อยากแฉะ
คะน้า ควีนส์ ผักบุ้ง กะเพรา ให้ห่อด้วยกระดาษทิชชูหรือกระดาษหนังสือพิมพ์แล้วใส่ถุงที่เจาะรูเล็ก ๆ ไม่ปิดสนิท กระดาษจะดูดความชื้นส่วนเกินไว้ พอกระดาษชื้นจัดเปลี่ยนแผ่น เก็บชั้นผักในตู้เย็น ใช้ได้นานขึ้นหลายวันกว่ายัดทั้งถุงปิดสนิท
รากและหัว — อยากเย็นมืดและแห้ง
แครอท หัวผักกาด มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ จับกลุ่มนี้ให้ตัดใบส่วนเกินออก เพราะใบดึงน้ำจากตัวหัว มันฝรั่งกับหอมชอบที่มืด แห้ง อากาศไหล เช่นตะกร้าข้างครัว ไม่ใช่ตู้เย็น แครอทเอามาใส่กล่องปิดมิดชั้นเย็นได้นานเป็นพิเศษ
ผลไม้ — แบ่งสองค่าย
- ยังไม่สุก (มะม่วงขี้ควาย กล้วยหอม) วางไว้ข้างนอกที่อุณหภูมิห้องจนสุกตามต้องการ
- สุกแล้ว จึงย้ายเข้าตู้เย็นเพื่อหยุดจังหวะสุก กินได้ยืดออกอีกหลายวัน
ข้อยกเว้นที่อยากจำ: กล้วยชอบอยู่นอกตู้เย็นเสมอ เปลือกจะดำเร็วแม้เนื้อยังดี แยกพวงออกจากผลไม้สุกอื่นจะช้าลงเยอะ
ผักที่ไม่ชอบตู้เย็นเลย
มะเขือเทศสุก ๆ ให้ความหวานและกลิ่นเต็มที่ที่อุณหภูมิห้อง เก็บเข้าเย็นเมื่อสุกมากและจะไม่กินในสองวัน มะเขือกับพริกก็ไม่ชอบความเย็นจัด วางไว้ที่อากาศถ่ายเทใช้ได้หลายวัน
จัดลำดับการกินให้ถูกเวลา
เทคนิคปิดท้ายที่ลดของเน่าได้มากที่สุดคือกินจากอ่อนแอไปแข็งแรง ผักใบมาก่อนเสมอ แครอท ฟักทอง กะหล่ำปลีอยู่ยืน ไว้ครองท้ายสัปดาห์ แปะสติกเกอร์หรือจดหน้าตู้เย็นสั้น ๆ ว่า “ก่อนหมดอายุ กินอะไรก่อน” ช่วยทั้งบ้านจำได้
สรุปสั้น ๆ
เก็บผักให้อยู่นานไม่ต้องซื้อกล่องสุดเทห์ แค่แยกผักออกจากผลไม้ ห่อใบด้วยกระดาษ ให้หัวอยู่มืดแห้ง ผลไม้สุกค่อยเข้าเย็น และกินตามลำดับความอ่อนแรง เปลี่ยนนิสัยสี่จุดนี้ รายจ่ายผักรายสัปดาห์ลดลงให้เห็นจริง

ใส่ความเห็น